/news/apple_2019

News

Sep 26,2019

หรือ Apple จะลืมจุดยืนของตัวเอง




หลังจากการเปิดตัวโปรดักต์ใหม่ของ Apple เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา เราได้เห็นดีไซน์ที่แปลกตาของ iPhone 11 และ iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro Max ที่อาจทำให้หลายคนช็อกจนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์บนลงโซเชี่ยลกันมากมาย แต่ถึงอย่างนั้นตลาดหุ้นก็กลับมาคึกคักพอสมควร

วันนี้ VMLY&R จะพาคุณมาดูว่าพลังแบรนด์ของ Apple ในสายตา Consumer ตอนนี้เขามอง Apple กันอย่างไร ผ่านเครื่องมือ BrandAsset Valuator (BAV)


เป็นที่รู้กันดีสำหรับแวดวงเทคโนโลยี ว่าในเดือนกันยายนของทุกปี ยักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง Apple จะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ทุกคนตั้งตารออย่าง iPhone ในปีนี้ก็เช่นกัน 10 กันยาที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัวสินค้าถึง 3 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ iPad Gen7 (2019), Apple Watch Gen 5, และ iPhone ถึง 3 รุ่นด้วยกัน คือ iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max ไฮไลต์คงหนีไม่พ้นตัว iPhone ทั้ง 3 รุ่น ที่เหล่าสาวกเองก็ยังถกเถียงกันบนโลกออนไลน์ถึงดีไซน์ของกล้องอยู่พอสมควร อาจเป็นเพราะขาดคนสำคัญอย่าง Jony Ive ที่ดูแลด้านดีไซน์ ได้ลาออกไป แต่ในเรื่องของเลนส์ทีดีขึ้นและฟีเจอร์อื่นๆ ก็ยังทำให้สาวกสองจิตสองใจอยู่บ้าง แถมราคาที่ปรับลงมา iPhone 11 Pro ราคาเริ่มต้น 35,900 บาท ถูกกว่า iPhone XS ตอนเปิดตัวที่ 39,900 บาท ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย


พักเรื่องการดีไซน์มาดูตัวเลขในตลาดกันสักหน่อย เพราะถึงดีไซน์อาจจะขัดหูขัดตาผู้ใช้ไปบ้าง แต่ตลาดหุ้น Apple กลับคึกคักอีกครั้ง ด้วยราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นหลังเปิดตัวถึง 2% ทำให้ราคาตลาดพุ่งขึ้นถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว แต่ยังแพ้สองยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft และ Amazon ทำให้ Apple อยู่ในอันดับที่ 3 ของตลาด

เราลองมาดูมุมมองของบริโภคชาวไทย อายุ 18-65 ปี ที่มีต่อแบรนด์ Apple กันบ้างดีกว่า ว่าตั้งแต่ปี 2014 – 2019 ในสายตาของ Consumer นั้นมีอัตราการเติบโต หรือเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ผ่านเครื่องมือ BrandAsset Valuator (BAV)


การวัดพลังของแบรนด์ผ่านเครื่องมือ BrandAsset Valuator (BAV) แสดงให้เห็นว่า ตั้งแต่ปี 2014 ยาวมาถึงปี 2019 (ก่อน Lauch โปรดักต์ใหม่) เสน่ห์ของแบรนด์ (Brand Appeal) ความเชื่อมั่น (Brand Credibility) และไว้วางใจ รวมถึงความเข้าใจของแบรนด์ที่มีต่อ Consumer (Customer Caring) ลดลง ทำให้ Consumer รู้สึกว่า Apple ไม่ใช่แบรนด์ที่พวกเขาพอใจที่จะควักกระเป๋าเงินเพิ่มอย่างในอดีตเหมือนที่สตีฟ จ๊อบส์ เคยทำไว้ ซึ่งตัวกราฟเองก็ลดลงเรื่อยๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราต้องมาตั้งคำถามกันว่า Apple จะกลับมาอยู่ในใจ Consumer และเปลี่ยนแปลงกราฟนี้ให้ดีดขึ้นได้หรือไม่

คงต้องติดตามกันต่อไปว่า Apple จะกลับมาเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม และคงคอนเซปต์ Think Different ในสายตา Consumer เหมือนอย่างที่เคยเป็นมาได้หรือไม่ การปรับราคาลงอาจทำให้แบรนด์เข้าถึง Consumer ได้มากขึ้น แต่การเป็นบริษัท Tech Innovative อาจจะต้องมีอะไรที่มากกว่าราคาที่จับต้องได้ รวมถึง Apple ควรจะต้องหันกลับมามอง และใส่ใจความต้องการของ Consumer อย่างเราๆ มากขึ้นด้วย

หากแบรนด์สามารถตรวจเช็คสภาวะของตัวเอง ได้เห็นมุมมองที่ Consumer มีต่อแบรนด์ อาจทำให้แบรนด์อย่าง Apple กลับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ด้าน Tech Company ที่สร้างนวัตกรรมได้โดนใจผู้บริโภคได้อีกครั้ง

และถ้าคุณอยากรู้ว่าชีพจรแบรนด์ของคุณอยู่สภาวะไหน คนไทยรู้สึกอย่างไรกับแบรนด์ของคุณ สามารถวัดพลังแบรนด์ของคุณผ่านเครื่องมือที่ชื่อว่า BrandAsset Valuator (BAV) ซึ่ง BAV เป็นแหล่ง DATA ที่ได้สะสม Consumer Perception ที่มีต่อแบรนด์สินค้าต่างๆ ทั่วโลกมากว่า 27 ปี


สามารถติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ VMLY&R Thailand
www.yr.co.th